สารพิษตกค้าง อันตรายถึงชีวิต

เมื่อเร็วๆนี้มีรายงานการตรวจพบสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ที่วางอยู่ในตลาดสด และในห้างค้าปลีกหรือโมเดิร์นเทรด ในจำนวนมากเกินมาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังพบสารกำจัดศัตรูพืชที่ถูกห้ามใช้แล้วที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนรมถึง 11 ชนิด ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็งทั้งสิ้น

โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย

โรคเลือดจางธาลัสซีเมียเป็นโรคที่มีความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง จากการที่เม็ดเลือดแดงแตกง่ายกว่าปกติ โรคนี้เป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พ่อและแม่จะเป็นผู้ถ่ายทอดยีนผิดปกตินี้ไปยังลูก พบผู้

HOW TO EAT FRUITS

คุณจะได้รับประโยชน์มากกว่าถ้าคุณรู้ว่าควรจะกินอย่างไร การกินผลไม้อย่างถูกวิธี ผลไม้นั้นควรกินในขณะท้องว่าง ไม่ใช่เป็นของหวานหลังอาหารอย่างที่เราทำกันประจำ ถ้าคุณกินผลไม้ในขณะท้องว่าง มันจะช่วยคุณในการล้างพิษจากร่างกาย ให้พลังงานสำหรับ

โรคไข้หวัดใหญ่ 

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อ Influenza Virus เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย พบได้เกือบทั้งปี แต่จะเป็นมากในช่วงฤดูฝน ซึ่งบางปีอาจจะพบการระบาดของโรค และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของอาการไข้ที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน แพทย์มักจะให้การวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการตัวร้อนมา 2-3 วัน โดยไม่มีอาการอย่างอื่นชัดเจนว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งบางครั้งเชื้ออาจจะลามเข้าปอดทำให้เกิดปอดบวม ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกล้ามเนื้อมาก

การติดต่อ

เชื้อไข้หวัดใหญ่นี้จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อได้ง่ายโดยทางเดินหายใจ จากการไอหรือจาม เชื้อจะเข้าทางปากและเยื่อบุตา สัมผัส เสมหะของผู้ป่วยทางแก้วน้ำ ผ้า จูบ สัมผัสทางมือที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ระยะเวลาที่ติดต่อคนอื่นคือ 1 วันก่อนเกิดอาการ 5 วันหลังจากมีอาการ ในเด็กอาจจะแพร่เชื้อ 6 วันก่อนมีอาการ และแพร่เชื้อได้นาน 10 วัน ในการเกิดโรคแต่ละครั้งจะเกิดจากพันธุ์ย่อยๆ เพียงพันธุ์เดียว ซึ่งเป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันต่อพันธุ์นั้น เชื้อไข้หวัดใหญ่บางพันธุ์ อาจผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำให้เกิดการระบาดใหญ่ และมีการเรียกชื่อโรคที่ระบาดแต่ละครั้งตามชื่อของประเทศที่เป็นแหล่งต้นกำเนิด

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

มักจะเกิดขึ้นทันทีทันใดด้วยอาการไข้สูง ตัวร้อน หนาว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่หลัง ต้นแขนต้นขา ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ขมในคอ คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ จุกแน่นท้อง แต่บางรายอาจไม่มีอาการคัดจมูก หรือเป็นหวัดเลยก็ได้ มีข้อสังเกตว่าไข้หวัดใหญ่มักเป็นหวัดน้อย แต่ไข้หวัดน้อยมักเป็นหวัดมาก ไข้มักเป็นอยู่ 2-4 วัน แล้วค่อยๆ ลดลง อาการไอและอ่อนเพลีย อาจเป็นอยู่ 1-4 สัปดาห์ แม้ว่าอาการอื่นๆ จะหายลงแล้ว บางรายเมื่อหายจากไข้หวัดใหญ่แล้วอาจมีอาการเวียนศีรษะ เมารถ เมาเรือเนื่องจากการอักเสบของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นในซึ่งมักจะหายเองใน 3-5 วัน

ข้อแนะนำในการดูแลรักษา

โรคนี้ไม่ถือว่าเป็นโรคร้ายแรง ส่วนมากให้การดูแลตามอาการ และจะหายเองได้ภายใน 3-5 วัน ซึ่งมีวิธีดังนี้
1.ให้นอนพักไม่ควรออกกำลังกาย
2.ให้ดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำผลไม้ ดื่มจนปัสสาวะใส ไม่ควรดื่มน้ำเปล่ามากเกินไปเพราะอาจขาดเกลือแร่
3.รักษาตามอาการ หากมีไข้ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว หากไข้ไม่ลงให้รับประทาน Paracetamol ไม่แนะนำให้ใช้ยา Aspirin ในคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี เพราะอาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า Reye Syndrome การรับประทาน Paracetamol ติดต่อกันเป็นเวลานาน ต้องระวังจะทำให้ตับอักเสบ
4.ถ้าไอมากก็รับประทานยาแก้ไอ แต่ในเด็กเล็กไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรไปพบแพทย์
5.ในผู้ที่เจ็บคออาจจะใช้น้ำ 1 แก้ว ผสมเกลือ 1 ช้อนกลั้วคอ อย่าสั่งน้ำมูกแรงๆ อาจจะทำให้เชื้อลุกลาม
6.ในช่วงที่มีการระบาดให้หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์สาธารณะ ลูกบิดประตู เวลาไอหรือจามต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากหรือจมูก

การป้องกัน

1.ล้างมือบ่อยๆ อย่าเอามือเข้าปากหรือขยี้ตา
2.อย่าใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ
3.หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ให้พักที่บ้านเมื่อเวลาป่วย
4.เวลาไอจามให้ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก หลีกเลี่ยงที่ชุมชนเมื่อมีการระบาด

แม้ว่าไข้หวัดใหญ่จะหายได้เอง แต่ผู้ป่วยบางราย หากอาการไม่ทุเลาควรพบแพทย์ หากท่านสงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ท่านต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ

ที่มา: หนังสือรู้เตรียม รู้ระวัง รู้สะอาด แคล้วคลาดโรค สำนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค