สารพิษตกค้าง อันตรายถึงชีวิต

เมื่อเร็วๆนี้มีรายงานการตรวจพบสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ที่วางอยู่ในตลาดสด และในห้างค้าปลีกหรือโมเดิร์นเทรด ในจำนวนมากเกินมาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังพบสารกำจัดศัตรูพืชที่ถูกห้ามใช้แล้วที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนรมถึง 11 ชนิด ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็งทั้งสิ้น

โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย

โรคเลือดจางธาลัสซีเมียเป็นโรคที่มีความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง จากการที่เม็ดเลือดแดงแตกง่ายกว่าปกติ โรคนี้เป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พ่อและแม่จะเป็นผู้ถ่ายทอดยีนผิดปกตินี้ไปยังลูก พบผู้

HOW TO EAT FRUITS

คุณจะได้รับประโยชน์มากกว่าถ้าคุณรู้ว่าควรจะกินอย่างไร การกินผลไม้อย่างถูกวิธี ผลไม้นั้นควรกินในขณะท้องว่าง ไม่ใช่เป็นของหวานหลังอาหารอย่างที่เราทำกันประจำ ถ้าคุณกินผลไม้ในขณะท้องว่าง มันจะช่วยคุณในการล้างพิษจากร่างกาย ให้พลังงานสำหรับ

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อเร็วๆนี้มีรายงานการตรวจพบสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ที่วางอยู่ในตลาดสด และในห้างค้าปลีกหรือโมเดิร์น     เทรด ในจำนวนมากเกินมาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังพบสารกำจัดศัตรูพืชที่ถูกห้ามใช้แล้วที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนรวมถึง 11 ชนิด ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็งทั้งสิ้น

 

ข้อมูลรายงานการสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ พบว่าประเทศไทยมีการใช้ยาฆ่าแมลงมากเป็นอันดับ 5 ของโลก ใช้ยาฆ่าหญ้ามากเป็นอันดับ 4 ของโลก ที่สำคัญจากการสำรวจในทุกปี ยังพบว่ามี 4 สารพิษอันตรายที่ปนเปื้อนในพืชผักผลไม้ที่วางขายในท้องตลาด ได้แก่

 

1. คาร์โบฟูราน นิยมใช้มากในนาข้าว พืชไร่อย่างถั่งเหลือง ข้าวโพด แตงโม แตงกวา กาแฟ ส้ม มะพร้าว เป็นต้น เมื่อรับสารนี้ในปริมาณมาก อาจทำให้อาเจียน เสียการทรงงตัว มองไม่ชัด เป็นสารก่อมะเร็งรุนแรง เซลล์ตับแบ่งตัวผิดปกติ กระตุ้นให้เกิดเนื้องอกกลายพันธุ์ อสุจิตาย และทำลายเอนไซม์ที่เยื่อสมอง

2. เมโทมิล นิยมใช้ในองุ่น ลำใย ส้มเขียวหวาน สตอรเบอรี่ กระหล่ำปลี หัวหอม มะเขือเทศ เป็นต้น สารนี้ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ชัก เป็นพิษต่อหัวใจ ฮอร์โมนเพศชายลดลง ทำลายท่อในลูกอัณฑะ เป็นพิษต่อม้าม ทำลายดีเอ็นเอ ทำให้โครโมโซมผิดปกติ

3. ไดโครโตฟอส พบมากในข้าว กาแฟ ถั่วฝักยาว ผักกาด หัวอ้อย คะน้า ส้ม ถั่วเหลือง ถั่วลิสง มีพิษต่อยีน ทำให้กลายพันธุ์ เกิดเนื้องอก ก่อมะเร็ง พิษต่อไตและระบบประสาท

4. อีพีเอ็น พบในตระกูลแตงกวา ข้าว ข้าวโพด ไม้ผล ไม้ประดับ ทำให้เกิดอาการท้องเสีย แน่นหน้าออก มองไม่ชัด สูญเสียการทรงตัว ไอ ปอดบวม หยุดหายใจ ทำลายประสาท ไขสันหลังผิดปกติ

 

ทั้งนี้ในการบริโภคพืชผักผลไม้ เราควรล้างให้ถูกวิธี ซึ่งจะช่วยขจัดสารเคมีตกค้างที่ปนเปื้อน มีวิธีง่ายๆ

ดังต่อไปนี้


1. ล้างด้วยน้ำธรรมดาและน้ำยาล้างผัก ลดสารพิษได้ไม่น้อยกว่า 25%

2. แช่ในน้ำด่างทับทิมสีชมพูอ่อนๆ ลดสารพิษได้มากถึง 40%

3. ล้างผักโดยให้น้ำไหลผ่านใช้มือช่วยคลี่ใบผักนาน 2 นาทีลดสารพิษได้ถึง 60%

4. แช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู นาน 30-45 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ลดสารพิษได้ได้ 80%

5. แช่ในน้ำผสมโซเดียมไบคาร์บอเนต (ผงฟู) นาน 15 นาที ลดสารพิษได้ถึง 90%